กว่าจะเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จได้นั้น ก็เปรียบเหมือนเรียนหนังสือกว่าจะใช้เวลาในการเรียนจบระดับสูงเฉพาะทางได้ ต้องใช้เวลาหลายปี การเป็นเทรดเดอร์ Forex ก็เช่นกัน ต้องใช้เวลาเรียน ศึกษาความเข้าใจอย่างมาก ยิ่งเป็นการเรียนที่เรียนด้วยตนเองแล้วด้วยนั้น ยิ่งต้องใช้ความสามารถต่าง ๆ มาช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจกับตลาด Forex
เทรดเดอร์ต้องใจเย็น ๆ เรียนรู้กำไรและข้อผิดพลาดอยู่เสมอ ไม่มีเทรดเดอร์เก่ง ๆ คนไหนไม่เคยเทรดผิดพลาดมาก่อน ทำกำไรทุกออเดอร์ที่ลงทุนไปยิ่งเป็นไปได้ยาก ทุกเทรดเดอร์ก็ต้องมีผิดพลาด กำไร ขาดทุนเป็นเรื่องธรรมดา แต่จะบริหารกำไรอย่างไรให้มากกว่าขาดทุน
เมื่อมีการเทรดแล้วขาดทุนอยู่ตลอด กำไรไม่มี เติมเงินตลอด เทรดเดอร์ต้องกลับมาคิดทบทวนใหม่ วางแผนใหม่
เทรดเดอร์ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ เมื่อเทรดผิดและยอมรับการขาดทุนที่เกิดขึ้น แต่ความพ่ายแพ้นั้นต้องตอบตนเองให้ได้ว่า แพ้เพราะอะไร อาจจดบันทึกถึงเหตุผลที่ทำให้ออเดอร์นั้นแพ้อย่างไร
เมื่อเทรดเดอร์รู้ว่าการขาดทุนของแต่ละออเดอร์นั้นเกิดจากอะไร เช่น เห็นกราฟวิ่งแรงก็กระโจนเข้าทันที ก็อาจส่งผลต่อออเดอร์ได้ โชคดีก็กำไร หากผิดก็ขาดทุน เมื่อขาดทุนอีกก็ต้องวางแผนใหม่ ต้องมีการวิเคราะห์ตลาด ดูสถานการณ์ว่ามีข่าวแรงที่จะส่งผลต่อราคาของกราฟหรือไม่ ดูรูปแบบของกราฟว่าจะมีทิศทางไปแบบไหน จึงค่อยหาจังหวะหรือจุดเข้าที่ได้เปรียบ ซึ่งจะทำให้มีโอกาสได้กำไรที่มากกว่าขาดทุน
เมื่อเทรดเดอร์วางแผนที่ถูกต้องแล้ว มีการวาง TP และ SL แล้วนั้น เมื่อทำการเปิดออเดอร์แล้ว ปล่อยให้ราคาไปตามแผนที่วางไว้ ปิดมือถือ ไม่เปิดไปดูอีก จนกว่าจะกำไรหรือขาดทุน
หากเทรดเดอร์กลับไปเปิดดูออเดอร์ที่เปิดอยู่แล้วเกิดราคามีการเหวี่ยงไม่ไปทางที่คิดไว้ เทรดเดอร์อาจเข้าไปยุ่ง เช่น ปิดออเดอร์แล้วเปิดใหม่อีกฝั่ง หรือเข้าไปลาก SL ให้ใกล้หรือไกลออกไปอีก
เมื่อเห็นออเดอร์วิ่งไปทางที่ต้องการ อาจมีความต้องการเปิดออเดอร์เพิ่มอีก ปรับ Lots ให้โตขึ้น เพื่อหวังกำไรที่มากขึ้น ซึ่งในบางครั้งหากราคาไม่เป็นใจแล้วมีการเหวี่ยงกลับ ก็อาจส่งผลให้ขาดทุนมากกว่าเดิมและ Overtrade ได้