⚙️
การตั้งค่า RSI

ค่ามาตรฐานที่ใช้ในการคำนวณค่า RSI เริ่มต้นคือ Period 14 RSI จะพุ่งขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของจำนวนและขนาดของตำแหน่งที่ปิดบวก และจะดิ่งลงตามการเพิ่มขึ้นของจำนวนและขนาดของตำแหน่งที่ปิดลบ

RSI Navigator
เลือกแถบเครื่องมือ Indicators
RSI Parameters
ตั้งค่า Parameters
RSI Levels
ตั้งค่า Levels
กราฟ RSI ที่ได้
RSI Chart
ตัวอย่างกราฟ RSI พร้อมเส้นระดับ 30 และ 70
📖
การตีความช่วงของ RSI

โดยทั่วไปแล้วเมื่อ RSI ตัดผ่านเส้น 30 ที่อยู่ด้านล่างขึ้นไป จะเป็นการบ่งบอกสัญญาณของขาขึ้น และเมื่อ RSI ตัดผ่านเส้น 70 ลงมา จะเป็นการบ่งบอกสัญญาณของขาลง ในอีกทางหนึ่ง เทรดเดอร์สามารถตีความได้ว่าค่า RSI ที่ 70 หรือสูงกว่านั้นจะบ่งชี้ว่าสินทรัพย์ถูกซื้อมากเกินไป หรือมูลค่าสูงมากเกินไป "Overbought" และอาจจะเกิดการกลับตัวของแนวโน้ม หรือการพักตัวสั้น ๆ เพื่อปรับฐานของราคา RSI ระดับ 30 หรือต่ำกว่านั้นจะบ่งชี้ถึงสภาวะที่มีการขายมากเกินไป หรือมูลค่าต่ำมากเกินไป "Oversold"

📈 ช่วงขาขึ้น: RSI มีแนวโน้มที่จะอยู่เหนือระดับ 30 และชนระดับ 70 อยู่บ่อยครั้ง

📉 ช่วงขาลง: แทบจะไม่เห็นว่า RSI อยู่เหนือระดับ 70 และตัวบ่งชี้จะชนระดับ 30 หรือต่ำกว่าอยู่บ่อยครั้ง แนวทางเหล่านี้สามารถช่วยระบุความแข็งแกร่งของแนวโน้มและระบุการกลับตัวที่อาจเกิดขึ้นได้

ตัวอย่างเช่น ราคาแกว่งตัวติดต่อกันหลายครั้งในช่วงขาขึ้น แต่ RSI ไม่สามารถไปถึงระดับ 70 ได้ แถมยังร่วงลงต่ำกว่า 30 อาจเป็นไปได้ที่แนวโน้มจะอ่อนแรงลงและเกิดการกลับตัว ในทางตรงข้าม หากแนวโน้มขาลงไม่สามารถแตะระดับ 30 หรือต่ำกว่าได้ แถมยังไต่กลับขึ้นเหนือ 70 แสดงว่าแนวโน้มขาลงกำลังอ่อนแรงและอาจกลับตัวเป็นขาขึ้นได้ เส้นแนวโน้มและเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สามารถช่วยในการวิเคราะห์ได้เช่นกัน

เนื่องจาก RSI เป็นตัวบ่งชี้ที่ใช้งานได้หลากหลาย ไม่ได้แสดงเพียงแค่ราคาสูง / ต่ำ แต่สามารถให้สัญญาณต่าง ๆ ได้ เช่น ไดเวอร์เจนซ์ และรูปแบบกราฟ

↕️
ไดเวอร์เจนซ์

ไดเวอร์เจนซ์ขาขึ้นของ RSI จะเกิดขึ้นเมื่อตัวบ่งชี้สร้างระดับต่ำสุดที่ยกตัวขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ราคากลับแสดงค่าต่ำสุดที่กดตัวต่ำลง สิ่งนี้บ่งบอกถึงโมเมนตัมขาขึ้นที่เพิ่มขึ้น สามารถใช้การพุ่งทะลุพื้นที่ขายมากเกินไปเพื่อเปิดตำแหน่ง Buy ใหม่ได้

RSI Divergence
ไดเวอร์เจนซ์ของ RSI – สัญญาณการกลับตัว

ไดเวอร์เจนซ์ขาลงของ RSI จะเกิดขึ้นเมื่อตัวบ่งชี้สร้างระดับสูงสุดที่กดตัวลง แต่ในขณะเดียวกัน ราคากลับแสดงค่าสูงสุดที่ยกตัวขึ้น ในจังหวะที่แถบสีเขียวแรกปรากฏขึ้นและมีการยืนยันการเกิดไดเวอร์เจนซ์ เทรดเดอร์อาจเปิดการคำสั่ง Buy พร้อมตั้ง Stop Loss ไว้ต่ำกว่าระดับต่ำสุดล่าสุด

🔄
การปฏิเสธการแกว่งตัว

อีกเทคนิคการซื้อขาย คือการตรวจสอบพฤติกรรมของ RSI เมื่อมีการรวมตัวจากพื้นที่ซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป การปฏิเสธการแกว่งตัวโดยทั่วไปประกอบด้วย 4 ส่วน

1️⃣ RSI ต่ำลง (ในกรณีนี้) ต่ำกว่า 30
2️⃣ RSI กลับไปเหนืออยู่ 30
3️⃣ RSI ย่อตัวอีกครั้งแต่ไม่ลงต่ำกว่า 30
4️⃣ RSI ทะลุจุดสูงสุดล่าสุด

จังหวะที่มีการพุ่งทะลุคือจุดเปิดคำสั่ง Buy ของเทรดเดอร์ ตั้ง Stop Loss ไว้ใต้ระดับต่ำสุดล่าสุด
RSI Swing Rejection
การปฏิเสธการแกว่งตัว – 4 ขั้นตอน
🔋
การสะสม

เมื่อราคาอยู่ในช่วงและ RSI เคลื่อนที่ภายในช่อง แสดงว่ากำลังสะสมพลังเพื่อการเคลื่อนไหวครั้งต่อไป ซึ่ง RSI จะอยู่ในช่วง 30 - 70 จากนั้น หากเส้นหลุดออกจากช่องนี้ขึ้นหรือลงไป จะแสดงถึงจะมีการเคลื่อนไหวใหม่

RSI Accumulation
การสะสม – RSI เคลื่อนที่ภายในช่อง 30–70
📐
รูปแบบ

เทรดเดอร์ไม่สามารถสังเกตเห็นการกลับตัวของแนวโน้มตามการเคลื่อนไหวของราคาได้ แต่รูปแบบ "Head and Shoulders" กลับปรากฏบน RSI ทันทีที่เส้น RSI ตัดข้ามเส้นไหล่ ราคาก็ร่วงลง

RSI Pattern
รูปแบบ Head and Shoulders บน RSI
สรุป
🎯
สามารถใช้ RSI เพื่อคาดการณ์จุดสิ้นสุดของการปรับฐานระหว่างแนวโน้มได้
📊
สามารถใช้กับกรอบเวลาที่ใหญ่ที่สุดเพื่อระบุการกลับตัวของแนวโน้ม
🔋
ในช่วงที่ตลาดวิ่งเป็นกรอบ อาจใช้เป็นสัญญาณของการสะสมพลังของตลาด Bullish / Bearish