📈
Moving Average
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่

Moving Average หรือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่จะถูกนำมาใช้เพื่อหาระดับราคาที่เป็นแนวรับและแนวต้าน จุดเข้าสู่ตลาด รวมถึงเพื่อเป็นการยืนยันความชัดเจนของแนวโน้มทิศทางราคา และลดความผันผวนในการแสดงราคาและปริมาณการซื้อขาย ทิศทางของตัวชี้วัดนี้สามารถแสดงถึงแนวโน้มตลาดขาขึ้นหรือขาลงในช่วงเวลาขณะนั้นได้

ด้วยการใช้ Moving Average สองเส้นหรือมากกว่าบนกราฟเดียวกัน ยิ่งเส้นสองเส้นห่างกันมากเท่าใด ยิ่งเป็นการบ่งบอกถึงแนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาที่มีความชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น

เมื่อใดก็ตามที่เส้นค่าเฉลี่ยตัดกัน จะเป็นการยืนยันการเปลี่ยนทิศทางเคลื่อนไหวของราคา ทั้งนี้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของตัวชี้วัดจะช้ากว่าการเปลี่ยนแปลงของราคา การชี้วัดดังกล่าวจึงเป็นเพียงการยืนยันการเปลี่ยนแปลงทิศทางเท่านั้น

MA Navigator
เลือกแถบเครื่องมือ Indicators เลือกแถบของ Trend แล้วเลือก Moving Average
MA Parameters
ตั้งค่า Parameters
การวิเคราะห์แนวโน้มของตลาด จาก Moving Average 1 เส้น
MA Buy
🟢 BUY

เข้าออเดอร์ Buy เมื่อแท่งราคาตัดขึ้นเหนือเส้น MA

SL จุดต่ำสุดก่อนหน้า

TP ระยะ 2 เท่า ของ SL หรือแนวต้าน หรือแท่งราคาตัดลงต่ำกว่าเส้น MA เต็มแท่ง

MA Sell
🔴 SELL

เข้าออเดอร์ Sell เมื่อแท่งราคาตัดลงใต้เส้น MA

SL จุดสูงสุดก่อนหน้า

TP ระยะ 2 เท่า ของ SL หรือแนวรับ หรือแท่งราคาตัดขึ้นเหนือกว่าเส้น MA เต็มแท่ง

การวิเคราะห์แนวโน้มของตลาด จาก Moving Average 2 เส้น
MA2 Buy
🟢 BUY

เข้าออเดอร์ Buy เมื่อแท่งราคาอยู่เหนือเส้น MA และเส้นสีเขียวตัดเส้นสีแดงขึ้นไป

SL จุดต่ำสุดก่อนหน้า

TP ระยะ 2 เท่า ของ SL หรือแนวต้าน หรือแท่งราคาตัดลงต่ำกว่าเส้น MA เต็มแท่ง

MA2 Sell
🔴 SELL

เข้าออเดอร์ Sell เมื่อแท่งราคาอยู่ใต้เส้น MA และเส้นสีเขียวตัดเส้นสีแดงลงไป

SL จุดสูงสุดก่อนหน้า

TP ระยะ 2 เท่า ของ SL หรือแนวรับ หรือแท่งราคาตัดขึ้นเหนือกว่าเส้น MA เต็มแท่ง

Moving Averages Infographic
Moving Averages – ประเภทและการคำนวณ
Moving Averages

ในด้านการเงิน Moving Averages (MA) เป็นตัวบ่งชี้ที่ใช้กันทั่วไปในการวิเคราะห์ทางเทคนิค การคํานวณ Moving Averages ของสินทรัพย์มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ข้อมูลราคาที่เข้าใจง่าย โดยการสร้างราคาเฉลี่ยที่ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและกําหนดทิศทางของแนวโน้ม

การคํานวณค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ Moving Averages สามารถลดผลกระทบของความผันผวนของราคาในระยะสั้นในช่วงเวลาที่กําหนดได้ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย (SMAs) ใช้ค่าเฉลี่ยทางคณิตศาสตร์ที่เรียบง่ายของราคาในช่วงเวลาหนึ่ง ในทางตรงกันข้าม EMAs ให้ความสําคัญกับราคาล่าสุดมากกว่าในอดีต

วิธีการเลือกเส้นเฉลี่ยสำหรับกลยุทธ์

การเลือกเส้น Moving Averages ขึ้นอยู่กับรูปแบบการซื้อขายของเทรดเดอร์ ค่า Moving Averages ที่นิยมมากที่สุดสําหรับกลยุทธ์การเทรดที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา

EMA Types
การเลือก EMA ตามกลยุทธ์การเทรด
EMA 13
เป็นค่าเฉลี่ยที่บอกแนวโน้มระยะสั้นของตลาด เป็น Indicator ที่สะดวกสำหรับการเทรด Scalpers
EMA 20
เป็นค่าเฉลี่ยที่เหมาะสําหรับแนวโน้มการซื้อขายในช่วงเวลาที่ Timeframe ต่ำกว่า (M5, M15) เป็นค่าเฉลี่ย Moving Averages ที่ช่วยให้เทรดเดอร์เห็นว่าราคามีการ Pullback หรือ Breakout เหมาะสำหรับ Daytrade และเป็นจุดแนวรับแนวต้านที่สำคัญ
EMA 50
เป็นค่าเฉลี่ยจะบอกถึงแนวโน้มระยะปานกลางของสินทรัพย์ ดังนั้นจึงเป็นหนึ่งใน Indicators สำหรับ Swing Traders
EMA 100
เป็นค่าเฉลี่ยเป็นที่น่าสนใจสําหรับเทรดเดอร์ระยะกลางและระยะยาว เนื่องจากเป็นตัวบ่งบอกจุด Support และ Resistance เมื่อใช้กับ H4 Timeframe Day
EMA 200
เป็นค่าเฉลี่ยเป็นที่นิยมมากและมีความสําคัญต่อการเทรดในระยะยาวและเป็น Indicator หลักที่กําหนดแนวโน้มโดยรวมของสินทรัพย์
📊
MACD
Moving Average Convergence Divergence

MACD หรือ Moving Average Convergence Divergence เป็น Indicator ที่นิยมใช้กันมากที่สุด ซึ่งใช้วัด Momentum และ Trend - Follow

เปรียบเสมือนภูเขาน้ำแข็ง และมีเส้น 0.00 เป็นการแบ่งเส้นกึ่งกลางระหว่างภูเขาเหนือน้ำและภูเขาใต้น้ำ

🏔️ ภูเขาเหนือน้ำ หมายถึง เทรนขาขึ้น หรือ Uptrend
🌊 ภูเขาใต้น้ำ หมายถึง เทรนขาลง หรือ Downtrend
และมีเส้นค่าเฉลี่ย MA 9 ที่เคลื่อนที่ตามสัญญาณ
MACD Navigator
เลือกแถบเครื่องมือ Indicators เลือกแถบของ Oscillators แล้วเลือก MACD
MACD Parameters
ตั้งค่า Parameters
MACD Colors
ตั้งค่า Colors
การวิเคราะห์แนวโน้มของตลาด จาก MACD
MACD Buy
🟢 BUY

แบบที่ 1 Buy เมื่อแท่ง Histogram และเส้นสีแดงตัดระดับเส้น 0.00 ขึ้นไป
SL จุดต่ำสุดก่อนหน้า
TP ระยะ 2 เท่า ของ SL หรือแนวต้าน หรือเส้นสีแดงตัดเส้น Histogram ลงมา

แบบที่ 2 Buy เมื่อเส้นสีแดงตัดแท่ง Histogram ขึ้นไป
SL จุดต่ำสุดก่อนหน้า
TP ระยะ 2 เท่า ของ SL หรือแนวต้าน หรือเส้นสีแดงตัดเส้น Histogram ลงมา

MACD Sell
🔴 SELL

แบบที่ 1 Sell เมื่อแท่ง Histogram และเส้นสีแดงตัดระดับเส้น 0.00 ลงมา
SL จุดสูงสุดก่อนหน้า
TP ระยะ 2 เท่า ของ SL หรือแนวรับ หรือเส้นสีแดงตัดเส้น Histogram ขึ้นไป

แบบที่ 2 Sell เมื่อเส้นสีแดงตัดแท่ง Histogram ลงมา
SL จุดสูงสุดก่อนหน้า
TP ระยะ 2 เท่า ของ SL หรือแนวรับ หรือเส้นสีแดงตัดเส้น Histogram ขึ้นไป

MACD Infographic
MACD – สรุปการใช้งาน
🎯
Bollinger Bands
บอลลิงเจอร์ แบนด์

Bollinger Bands เป็นหนึ่งอีก Indicators ที่มีประโยชน์ในการกำหนดและแสดงเทรนได้อย่างชัดเจน ประกอบด้วย Line 3 เส้น คือ Upper Band, Middle Band และ Lower Band ซึ่งเส้นกลาง Middle Band จะบ่งบอกทิศทางของราคา

Bollinger Bands เปรียบเสมือนหนังยาง เมื่อตลาดไซด์เวย์ การซื้อขายเบาบาง Bollinger Bands ทั้ง 3 เส้นจะหุบเข้าหากัน เมื่อตลาดมีการซื้อขายมากขึ้นหรือมีข่าวทางเศรษฐกิจ คู่เงินจะวิ่งแรงขึ้นเป็นเทรน เส้น Bollinger Bands ทั้ง 3 เส้น จะเปิดกว้างออก

BB Navigator
เลือกแถบเครื่องมือ Indicators เลือกแถบของ Trend แล้วเลือก Bollinger Bands
BB Parameters
ตั้งค่า Parameters
เมื่อไหร่ที่ราคามีการซื้อขายมากเกินไป Overbought หรือ Oversold และแท่งเทียนของราคาหลุดออกจากขอบบนหรือขอบล่างของเส้น Bollinger Bands ราคาจะถูกดึงกลับเข้าสู่ใกล้เส้นกลางของ Bollinger Bands อีกครั้ง

📈 แท่งราคาอยู่บนช่องบนของ Bollinger Bands แสดงถึงแนวโน้มขาขึ้น
📉 แท่งราคาอยู่บนช่องล่างของ Bollinger Bands แสดงถึงแนวโน้มขาลง
การวิเคราะห์แนวโน้มของตลาด จาก Bollinger Bands
BB Buy
🟢 BUY

เข้าออเดอร์ Buy เมื่อแท่งเทียนตัดขึ้นจากช่อง Bollinger Bands จากล่างขึ้นช่องบน

SL จุดต่ำสุดก่อนหน้า

TP ระยะ 2 เท่า ของ SL หรือแนวต้าน หรือแท่งเทียนกลับตัดลงเข้าสู่ช่อง Bollinger Bands ล่าง

BB Sell
🔴 SELL

เข้าออเดอร์ Sell เมื่อแท่งเทียนตัดลงจากช่อง Bollinger Bands จากบนลงช่องล่าง

SL จุดสูงสุดก่อนหน้า

TP ระยะ 2 เท่า ของ SL หรือแนวรับ หรือแท่งเทียนกลับตัดขึ้นเข้าสู่ช่อง Bollinger Bands บน

เทคนิคการเข้าออเดอร์แบบสั้น ๆ เมื่อราคาหลุดจากกรอบของ Bollinger Bands
เทรดเดอร์สามารถใช้ Bollinger Bands + Moving Average ร่วมกัน
BB + MA
🔵 BUY + SELL

การวิเคราะห์การเข้าเทรดด้วยเทคนิคนี้ เหมาะสำหรับการเทรดในกราฟ D1 ที่จะมีความชัดเจนมากกว่า Timeframe อื่น ๆ

จุดสังเกต
เมื่อเห็นแท่งเทียนในกราฟ หลุดออกจากขอบบนหรือขอบล่างของ Bollinger Bands เกือบทั้งหมด แสดงว่าราคามีการซื้อขายมากเกินไป หรือเรียกว่า Overbought & Oversold โดยธรรมชาติของราคาก็จะมีการปรับย่อตัวลงมาพักตัวเพื่อไปต่อหรือเปลี่ยนเทรน เทรดเดอร์สามารถเข้าออเดอร์ในแท่งถัดไป

🟢 เข้าออเดอร์ Buy เมื่อแท่งเทียนหลุดออกจากเส้นขอบล่างของช่อง Bollinger Bands
    SL จุดต่ำก่อนหน้า
    TP เส้น Moving Average (EMA5)

🔴 เข้าออเดอร์ Sell เมื่อแท่งเทียนหลุดออกจากเส้นขอบบนของช่อง Bollinger Bands
    SL จุดสูงก่อนหน้า
    TP เส้น Moving Average (EMA5)