Moving Average หรือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่จะถูกนำมาใช้เพื่อหาระดับราคาที่เป็นแนวรับและแนวต้าน จุดเข้าสู่ตลาด รวมถึงเพื่อเป็นการยืนยันความชัดเจนของแนวโน้มทิศทางราคา และลดความผันผวนในการแสดงราคาและปริมาณการซื้อขาย ทิศทางของตัวชี้วัดนี้สามารถแสดงถึงแนวโน้มตลาดขาขึ้นหรือขาลงในช่วงเวลาขณะนั้นได้
ด้วยการใช้ Moving Average สองเส้นหรือมากกว่าบนกราฟเดียวกัน ยิ่งเส้นสองเส้นห่างกันมากเท่าใด ยิ่งเป็นการบ่งบอกถึงแนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาที่มีความชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อใดก็ตามที่เส้นค่าเฉลี่ยตัดกัน จะเป็นการยืนยันการเปลี่ยนทิศทางเคลื่อนไหวของราคา ทั้งนี้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของตัวชี้วัดจะช้ากว่าการเปลี่ยนแปลงของราคา การชี้วัดดังกล่าวจึงเป็นเพียงการยืนยันการเปลี่ยนแปลงทิศทางเท่านั้น
เข้าออเดอร์ Buy เมื่อแท่งราคาตัดขึ้นเหนือเส้น MA
SL จุดต่ำสุดก่อนหน้า
TP ระยะ 2 เท่า ของ SL หรือแนวต้าน หรือแท่งราคาตัดลงต่ำกว่าเส้น MA เต็มแท่ง
เข้าออเดอร์ Sell เมื่อแท่งราคาตัดลงใต้เส้น MA
SL จุดสูงสุดก่อนหน้า
TP ระยะ 2 เท่า ของ SL หรือแนวรับ หรือแท่งราคาตัดขึ้นเหนือกว่าเส้น MA เต็มแท่ง
เข้าออเดอร์ Buy เมื่อแท่งราคาอยู่เหนือเส้น MA และเส้นสีเขียวตัดเส้นสีแดงขึ้นไป
SL จุดต่ำสุดก่อนหน้า
TP ระยะ 2 เท่า ของ SL หรือแนวต้าน หรือแท่งราคาตัดลงต่ำกว่าเส้น MA เต็มแท่ง
เข้าออเดอร์ Sell เมื่อแท่งราคาอยู่ใต้เส้น MA และเส้นสีเขียวตัดเส้นสีแดงลงไป
SL จุดสูงสุดก่อนหน้า
TP ระยะ 2 เท่า ของ SL หรือแนวรับ หรือแท่งราคาตัดขึ้นเหนือกว่าเส้น MA เต็มแท่ง
ในด้านการเงิน Moving Averages (MA) เป็นตัวบ่งชี้ที่ใช้กันทั่วไปในการวิเคราะห์ทางเทคนิค การคํานวณ Moving Averages ของสินทรัพย์มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ข้อมูลราคาที่เข้าใจง่าย โดยการสร้างราคาเฉลี่ยที่ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและกําหนดทิศทางของแนวโน้ม
การคํานวณค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ Moving Averages สามารถลดผลกระทบของความผันผวนของราคาในระยะสั้นในช่วงเวลาที่กําหนดได้ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย (SMAs) ใช้ค่าเฉลี่ยทางคณิตศาสตร์ที่เรียบง่ายของราคาในช่วงเวลาหนึ่ง ในทางตรงกันข้าม EMAs ให้ความสําคัญกับราคาล่าสุดมากกว่าในอดีต
การเลือกเส้น Moving Averages ขึ้นอยู่กับรูปแบบการซื้อขายของเทรดเดอร์ ค่า Moving Averages ที่นิยมมากที่สุดสําหรับกลยุทธ์การเทรดที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา
MACD หรือ Moving Average Convergence Divergence เป็น Indicator ที่นิยมใช้กันมากที่สุด ซึ่งใช้วัด Momentum และ Trend - Follow
เปรียบเสมือนภูเขาน้ำแข็ง และมีเส้น 0.00 เป็นการแบ่งเส้นกึ่งกลางระหว่างภูเขาเหนือน้ำและภูเขาใต้น้ำ
🌊 ภูเขาใต้น้ำ หมายถึง เทรนขาลง หรือ Downtrend
และมีเส้นค่าเฉลี่ย MA 9 ที่เคลื่อนที่ตามสัญญาณ
แบบที่ 1 Buy เมื่อแท่ง Histogram และเส้นสีแดงตัดระดับเส้น 0.00 ขึ้นไป
SL จุดต่ำสุดก่อนหน้า
TP ระยะ 2 เท่า ของ SL หรือแนวต้าน หรือเส้นสีแดงตัดเส้น Histogram ลงมา
แบบที่ 2 Buy เมื่อเส้นสีแดงตัดแท่ง Histogram ขึ้นไป
SL จุดต่ำสุดก่อนหน้า
TP ระยะ 2 เท่า ของ SL หรือแนวต้าน หรือเส้นสีแดงตัดเส้น Histogram ลงมา
แบบที่ 1 Sell เมื่อแท่ง Histogram และเส้นสีแดงตัดระดับเส้น 0.00 ลงมา
SL จุดสูงสุดก่อนหน้า
TP ระยะ 2 เท่า ของ SL หรือแนวรับ หรือเส้นสีแดงตัดเส้น Histogram ขึ้นไป
แบบที่ 2 Sell เมื่อเส้นสีแดงตัดแท่ง Histogram ลงมา
SL จุดสูงสุดก่อนหน้า
TP ระยะ 2 เท่า ของ SL หรือแนวรับ หรือเส้นสีแดงตัดเส้น Histogram ขึ้นไป
Bollinger Bands เป็นหนึ่งอีก Indicators ที่มีประโยชน์ในการกำหนดและแสดงเทรนได้อย่างชัดเจน ประกอบด้วย Line 3 เส้น คือ Upper Band, Middle Band และ Lower Band ซึ่งเส้นกลาง Middle Band จะบ่งบอกทิศทางของราคา
Bollinger Bands เปรียบเสมือนหนังยาง เมื่อตลาดไซด์เวย์ การซื้อขายเบาบาง Bollinger Bands ทั้ง 3 เส้นจะหุบเข้าหากัน เมื่อตลาดมีการซื้อขายมากขึ้นหรือมีข่าวทางเศรษฐกิจ คู่เงินจะวิ่งแรงขึ้นเป็นเทรน เส้น Bollinger Bands ทั้ง 3 เส้น จะเปิดกว้างออก
📈 แท่งราคาอยู่บนช่องบนของ Bollinger Bands แสดงถึงแนวโน้มขาขึ้น
📉 แท่งราคาอยู่บนช่องล่างของ Bollinger Bands แสดงถึงแนวโน้มขาลง
เข้าออเดอร์ Buy เมื่อแท่งเทียนตัดขึ้นจากช่อง Bollinger Bands จากล่างขึ้นช่องบน
SL จุดต่ำสุดก่อนหน้า
TP ระยะ 2 เท่า ของ SL หรือแนวต้าน หรือแท่งเทียนกลับตัดลงเข้าสู่ช่อง Bollinger Bands ล่าง
เข้าออเดอร์ Sell เมื่อแท่งเทียนตัดลงจากช่อง Bollinger Bands จากบนลงช่องล่าง
SL จุดสูงสุดก่อนหน้า
TP ระยะ 2 เท่า ของ SL หรือแนวรับ หรือแท่งเทียนกลับตัดขึ้นเข้าสู่ช่อง Bollinger Bands บน
การวิเคราะห์การเข้าเทรดด้วยเทคนิคนี้ เหมาะสำหรับการเทรดในกราฟ D1 ที่จะมีความชัดเจนมากกว่า Timeframe อื่น ๆ
จุดสังเกต
เมื่อเห็นแท่งเทียนในกราฟ หลุดออกจากขอบบนหรือขอบล่างของ Bollinger Bands เกือบทั้งหมด แสดงว่าราคามีการซื้อขายมากเกินไป หรือเรียกว่า Overbought & Oversold โดยธรรมชาติของราคาก็จะมีการปรับย่อตัวลงมาพักตัวเพื่อไปต่อหรือเปลี่ยนเทรน เทรดเดอร์สามารถเข้าออเดอร์ในแท่งถัดไป
🟢 เข้าออเดอร์ Buy เมื่อแท่งเทียนหลุดออกจากเส้นขอบล่างของช่อง Bollinger Bands
SL จุดต่ำก่อนหน้า
TP เส้น Moving Average (EMA5)
🔴 เข้าออเดอร์ Sell เมื่อแท่งเทียนหลุดออกจากเส้นขอบบนของช่อง Bollinger Bands
SL จุดสูงก่อนหน้า
TP เส้น Moving Average (EMA5)