บทที่ 12
← กลับหน้าหลัก
CHAPTER 12

การเปิดออเดอร์

วิธีเปิดออเดอร์ Buy/Sell, การตั้ง SL/TP, การอ่านแถบ Trade และการใช้งาน Pending Order ทุกประเภท

📊 Buy / Sell 🎯 SL / TP ⏳ Pending Order
การเปิดออเดอร์
เปิดออเดอร์

กดปุ่มคำสั่งออเดอร์ที่บนแถบมุมซ้ายบนของกราฟ - กดคำสั่ง Buy

เมื่อกดคำสั่งเรียบร้อย สถานะจะถูกเปิดทันที เป็นแถบเส้นสีเขียว ในส่วนของช่อง Terminal ก็จะแสดงผล การเปิดคำสั่ง เมื่อทำการเปิดออเดอร์แล้วออเดอร์จะติดลบก่อนเนื่องจากค่าสเปรดของโบรก

Spread

ค่าสเปรด คือความแตกต่างระหว่างราคาทั้งสองนี้ กล่าวอีกนัยหนึ่งเป็นค่าคอมมิชชั่นที่เทรดเดอร์ต้องจ่ายให้กับโบรกเกอร์สำหรับการทำธุรกรรมทุกรายการ SPREAD = ASK – BID

FBS ให้บริการบัญชีที่มีค่าสเปรดลอยตัว ซึ่งความแตกต่างระหว่างราคา ASK และ BID จะมีความผันผวนตามสภาวะตลาด

ค่า Spread ลอยตัว (Floating Spread) จะเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาของข่าวเศรษฐกิจที่สำคัญและในช่วงวันหยุดธนาคารเมื่อช่วงปริมาณสภาพคล่องตัวในตลาดลดลง เมื่อตลาดกลับสภาวะสงบสามารถลดลงต่ำกว่ากลับสู่คงที่ได้เช่นกัน

ชนิดของสเปรดนี้ใช้กับประเภทบัญชีเทรดของ FBS

เมื่อเทรดเดอร์เปิดคำสั่งการซื้อขายเสร็จแล้ว สามารถปิดกำไรซื้อขายได้เองเมื่อพอใจในผลกำไรหรือขาดทุนได้ โดยกด x ที่ แถบ Profit เพื่อปิดออเดอร์

ปิดออเดอร์

หรือเทรดเดอร์สามารถตั้งค่าระยะปิดกำไร หรือระยะขาดทุนได้ เมื่อราคามาถึงจุดที่ต้องการ การตั้งค่า SL (จุดปิดขาดทุน) และ TP (จุดปิดกำไร) โดยนำเมาส์คลิกที่แถบออเดอร์ที่เปิด

ในกรณี Buy
ลากเส้นประสีแดง ขึ้น เหนือออเดอร์ Buy เพื่อตั้ง TP ระยะจุดปิดกำไร
ลากเส้นประสีแดง ลง ใต้ออเดอร์ Buy เพื่อตั้ง SL ระยะจุดปิดขาดทุน

ในกรณี Sell
ลากเส้นประสีแดง ขึ้น เหนือออเดอร์ Sell เพื่อตั้ง SL ระยะจุดปิดขาดทุน
ลากเส้นประสีแดง ลง ใต้ออเดอร์ Sell เพื่อตั้ง TP ระยะจุดปิดกำไร
SL TP line
Trade tab

ในแถบ Trade จะแสดงสถานะคำสั่งออเดอร์ที่ถูกเปิด แสดงข้อมูล

Order — เลขที่สัญญาของออเดอร์

Time — วันเวลาที่เปิดออเดอร์

Type — สถานะการเปิดออเดอร์ Buy หรือ Sell

Size — ขนาดของสัญญา Lots

Symbol — คู่เงินที่เปิด

Price — ราคาที่เปิดออเดอร์

S/L — ระยะ Stop Loss จุดขาดทุน

T/P — ระยะ Take Profit จุดกำไร

Price — ราคาปัจจุบัน

Swap — ค่าใช้จ่ายในการเปิดออเดอร์ข้ามคืน

Profit — สถานะของออเดอร์ ว่าตอนนี้ กำไร หรือ ขาดทุน

แถบผลรวม จะแสดงข้อมูล

Balance bar

Balance — ยอดเงินที่เหลืออยู่ในบัญชีเทรด ยังไม่รวมผล กำไร ขาดทุน ของออเดอร์ที่กำลังเปิดอยู่

Equity — ยอดเงินที่เหลืออยู่จริง หลังจากเปิดออเดอร์แล้ว

Margin — จำนวนเงินที่ถูกดึงไปใช้

Free Margin — จำนวนเงินที่โบรกเกอร์ทดรองจ่าย

%Margin Level — แสดง % ความสามารถในการเทรด หรือเปิดออเดอร์

ยิ่ง %Margin Level มาก โอกาสขาดทุนก็จะน้อย

หากออเดอร์ติดลบมาก ๆ %Margin Level ก็จะลดลง

เทรดเดอร์ ไม่ควรให้ %Margin Level ต่ำกว่า 200% นั่นหมายความว่าโอกาส "ล้างพอร์ต" มีสูงมาก

ออเดอร์ที่ถูกปิดแล้วจะมาแสดงไว้ที่แถบ Account History

Account History
เทคนิคการตั้งระยะปิดกำไร หรือ Take Profit (TP)

นอกจากเทรดเดอร์สามารถเฝ้าหน้าจอระหว่างการเทรด เมื่อกำไรแล้วต้องการจะปิดกำไร ก็ปิดคำสั่งปิดออเดอร์แล้ว เทรดเดอร์ยังสามารถตั้งระยะ TP หากราคาไปถึงระยะที่ต้องการแล้ว ราคาก็จะถูกปิดโดยอัตโนมัติ โดยที่เทรดเดอร์ไม่จำเป็นต้องปิดเอง ไม่ต้องเฝ้า ซึ่งการวางระยะ TP สามารถตั้งระยะไว้ตามเป้าหมายได้ เช่น แนวรับแนวต้านหรือเทรนไลน์บริเวณจุดกลับตัว เป็นต้น แต่ในบางกรณีที่มีข่าวการประกาศตัวเลขต่าง ๆ ที่อาจทำให้ค่าเงินผันผวนได้ ต้องวางระยะจุดกำไรให้เหมาะสม เมื่อตัดสินใจตั้งระยะ TP แล้ว

1. อย่าขยับระยะ TP ออกห่างหรือเข้าใกล้ระยะเปิดออเดอร์บ่อย ๆ

2. จงเชื่อในระบบตัวเอง อย่าปิดออเดอร์ก่อนหรือเร็วเกินไป

3. อย่าใช้ Timeframe เล็กในการวิเคราะห์ เพราะจะมีความผันผวนและคาดการณ์ได้ยาก ควรวิเคราะห์ใน Timeframe ใหญ่ เช่น H4, D1 เป็นต้น

4. อย่าใช้อารมณ์ในการตัดสินใจเข้าออเดอร์

ส่วนการวางจุดขาดทุน หรือ Stop Loss (SL) ก็สามารถวางตามหลักการเดียวกับการวาง TP ได้เช่นกัน หรือวางโดยเป็นระยะจุดขาดทุนที่เป็นจำนวนเงินที่ยอมสูญเสียได้ ซึ่งแต่ละเทรดเดอร์ที่มีจุดยอมสูญเสียที่รับได้ไม่เท่ากัน ฉะนั้นเทรดเดอร์ต้องวางแผนและบริการจัดการเงินในบัญชีอย่างรอบคอบก่อนเทรดทุกครั้ง

PENDING ORDER

คำสั่งซื้อขายล่วงหน้า เทรดเดอร์สามารถตั้งคำสั่งซื้อขายล่วงหน้าได้ ในกรณีที่เทรดเดอร์ไม่ได้อยู่หน้าจอเทรด หรือราคายังไม่ถึงจุดที่ต้องการ เทรดเดอร์สามารถสร้างคำสั่งซื้อขายล่วงหน้าได้

Pending Order menu

เลือกแถบ เครื่องมือ New Order และกรอกข้อมูลคำสั่ง

Symbol — เลือกคู่เงินที่ต้องการ

Type — เลือก Pending Order

เลือกคำสั่ง ของ Pending Order เสร็จแล้วกด แถบ "Place"

เลือกคำสั่งของ Pending Order

Pending Order form 1
Pending Order form 2

Type — เลือกประเภทคำสั่งของ Pending Order

Buy Limit, Sell Limit, Buy Stop, Sell Stop

Buy Stop Limit, Sell Stop Limit

Volume — เลือกขนาด Lot ที่ต้องการ

Price — ราคาที่ต้องการให้เปิดออเดอร์

Stop Loss — ตั้งจุดขาดทุน

Take Profit — ตั้งจุดกำไร

Expiration — เลือกการแสดงผลของการทำงาน

Expiration date — เลือกกำหนดระยะสิ้นสุดของคำสั่ง

เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จ เลือกกด "Place"

Buy Stop

ตั้ง Buy Stop เหนือราคาปัจจุบัน หมายถึง คาดการณ์ว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยวาง Buy Stop ที่บริเวณแนวต้าน หรือจุด Breakout

Buy Stop
Sell Stop

ตั้ง Order Sell Stop ใต้ราคาปัจจุบัน หมายถึง คาดการณ์ว่าราคาจะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยวาง Sell Stop ที่บริเวณแนวรับ หรือจุด Breakout

Sell Stop
Buy Limit

ตั้ง Buy Limit ใต้ราคาปัจจุบัน หมายถึง คาดการณ์ว่าราคาจะปรับย่อตัวลดลงก่อน แล้วจะดีดตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยวาง Buy Limit ที่บริเวณแนวรับ

Buy Limit
Sell Limit

ตั้ง Sell Limit เหนือราคาปัจจุบัน หมายถึง คาดการณ์ว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้นก่อนที่จะกลับตัว ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยวาง Sell Limit ที่บริเวณแนวต้าน

Sell Limit

นอกจากนี้ยังมีคำสั่งที่ให้ Pending ทั้ง 2 ฝั่งพร้อมกันได้ด้วยเช่นกัน

Buy Stop Limit / Sell Stop Limit ซึ่งมีเฉพาะใน MT5 เท่านั้น

Buy Stop Limit Sell Stop Limit